NCHC Nano4 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ของไต้หวัน ที่ระบายความร้อนด้วย Liquid Colde ที่วางระบบโดย ASUS
- ชื่อลูกค้า: ศูนย์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงแห่งชาติ สถาบันวิจัยประยุกต์แห่งชาติ
National Center for High-performance Computing, National Institutes of Applied Research หรือ NCHC, NIAR - สถานที่: ไต้หวัน
- อุตสาหกรรม: ซูเปอร์คอมพิวเตอร์และการประมวลผลสมรรถนะสูง หรือ HPC
ที่มาของโครงการ
ในช่วงเวลาที่ Generative AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้านเทคโนโลยีทั่วโลก ศูนย์คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงแห่งชาติ ภายใต้สถาบันวิจัยประยุกต์แห่งชาติของไต้หวัน หรือ NCHC, NIAR ต้องการยกระดับความสามารถด้าน Sovereign AI ของไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ
เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI รุ่นใหม่ ซึ่งสามารถรองรับการประมวลผลโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ Large Language Models: LLMs งาน Deep Learning รวมถึงเวิร์กโหลดด้าน High-Performance Computing ที่มีความซับซ้อนสูง
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว NCHC ต้องการสถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบคู่ที่ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม สามารถส่งมอบประสิทธิภาพระดับโลก พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความร้อนมหาศาลที่เกิดจาก GPU รุ่นใหม่
โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะความเร็วในการประมวลผลเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบที่ยั่งยืนและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ Nano4 สามารถเป็นต้นแบบของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอนาคต ทั้งสำหรับภาคการศึกษา งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม
ความท้าทายของโครงการ
ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อความเป็นอิสระด้าน AI ของไต้หวัน โครงการ Nano4 จึงมาพร้อมกับความท้าทายหลายด้าน
การสร้างโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น ทำให้ ASUS ต้องบริหารจัดการการทำงานร่วมกับพันธมิตรจำนวนมาก รวมถึงการผสานระบบและเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูง ภายใต้กรอบเวลาการดำเนินงานที่จำกัดอย่างมาก
นอกจากนี้ ระบบยังต้องรองรับงานวิจัยที่มีความสำคัญต่อประเทศ ตั้งแต่การพยากรณ์สภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ไปจนถึงการจำลองทางวิศวกรรมขั้นสูง
ข้อกำหนดเหล่านี้ทำให้โครงการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานระดับประเทศอย่างเคร่งครัด ทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความเสถียร ความปลอดภัย และการตรวจสอบความถูกต้องของระบบ ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและความสามารถในการประสานงานโครงการขนาดใหญ่
โซลูชันจาก ASUS
เพื่อตอบโจทย์ของ NCHC ทั้งในด้านประสิทธิภาพระดับสูงและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ASUS ได้พัฒนาโซลูชันซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบครบวงจร ซึ่งได้รับการออกแบบและปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการของโครงการโดยเฉพาะ
การผสานสถาปัตยกรรมการประมวลผลรุ่นใหม่
ASUS แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางเทคนิคในการติดตั้งระบบ NVIDIA GB200 NVL72 ทำงานร่วมกับคลัสเตอร์ NVIDIA HGX™ H200 เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการประมวลผลแบบคู่ที่มีทั้งความยืดหยุ่นและความสามารถในการขยายระบบสูง
สถาปัตยกรรมดังกล่าวช่วยให้ NCHC สามารถเลือกใช้ทรัพยากรการประมวลผลให้เหมาะกับเวิร์กโหลดแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น Generative AI การฝึกและใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Deep Learning การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการประมวลผลทางวิทยาศาสตร์
ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการความร้อน
ความเชี่ยวชาญของ ASUS ในด้านระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบ Direct-to-Chip หรือ D2C เป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการนี้
ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการกับความหนาแน่นของความร้อนระดับสูงที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์ม NVIDIA Blackwell และคลัสเตอร์ HGX™ H200 โดยนำของเหลวไปช่วยระบายความร้อนจากชิปประมวลผลโดยตรง
แนวทางนี้ช่วยให้ระบบสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานภายใต้เวิร์กโหลดหนักได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมลดภาระของระบบปรับอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลโดยรวม
ลดเวลาติดตั้งจาก 3 สัปดาห์ เหลือเพียง 3 วัน
ASUS นำกระบวนการจาก ASUS Infrastructure Deployment Center หรือ AIDC มาใช้ในการติดตั้งและเตรียมความพร้อมของระบบ
ด้วยการทำกระบวนการติดตั้งหลายส่วนให้เป็นระบบอัตโนมัติ ASUS สามารถลดระยะเวลาการติดตั้งจากเดิมประมาณ 3 สัปดาห์ เหลือเพียง 3 วัน
การลดเวลาติดตั้งลงอย่างมากช่วยให้ NCHC สามารถนำทรัพยากรการประมวลผลที่สำคัญเข้าสู่การใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และลดระยะเวลาตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงการเริ่มใช้งานจริงสำหรับงานวิจัยระดับประเทศ
โครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์และรองรับการขยายตัว
ASUS ไม่ได้ส่งมอบเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลเท่านั้น แต่ยังจัดเตรียมระบบนิเวศของโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจร
โซลูชันประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือ ได้แก่ OJ340A-RS60 และ RS501A-E12-RS12U รวมถึงการตรวจสอบและรับรองระบบเครือข่ายและระบบระบายความร้อนโดยผู้เชี่ยวชาญ
การผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันช่วยให้ Nano4 มีสภาพแวดล้อมที่เสถียร พร้อมใช้งานจริงในระดับ Production และสามารถขยายระบบเพื่อรองรับความต้องการด้าน Generative AI ในอนาคตได้
เหตุผลที่ NCHC เลือก ASUS
NCHC เลือกร่วมงานกับ ASUS จากประสบการณ์หลายทศวรรษในการพัฒนาเซิร์ฟเวอร์ รวมถึงความสามารถในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจรที่มีความซับซ้อนสูง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ASUS ได้รับเลือกให้เป็นพันธมิตรในโครงการนี้ประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
การผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างครบวงจร
ASUS ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ แต่ยังมีความเชี่ยวชาญในการปรับแต่งซอฟต์แวร์และสภาพแวดล้อมของระบบ เพื่อให้ทรัพยากรการประมวลผลจาก GPU สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การปรับแต่งทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย ระบบจัดเก็บข้อมูล และระบบระบายความร้อนร่วมกัน มีความสำคัญอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ซึ่งประสิทธิภาพโดยรวมไม่ได้ขึ้นอยู่กับ GPU เพียงองค์ประกอบเดียว
ประสบการณ์ในโครงการระดับประเทศ
ASUS เคยมีส่วนร่วมในการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Forerunner 1 และ TAIWANIA 2 ให้กับ NCHC มาก่อน
ประสบการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานสูง และสามารถผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การตรวจสอบระบบ และการรับรองในระดับประเทศ
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรระดับโลก
ในฐานะพันธมิตรหลักระดับโลกของ NVIDIA ทาง ASUS สามารถเข้าถึงสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ และมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาผสานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงในการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ เพิ่มความเข้ากันได้ของระบบ และช่วยให้ลูกค้าสามารถนำแพลตฟอร์ม AI รุ่นล่าสุดเข้าสู่การใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“ด้วยความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จาก ASUS ระบบที่สร้างขึ้นใหม่นี้สามารถมอบทรัพยากรการประมวลผลขั้นสูงสำหรับ Generative AI, Big Data, Deep Learning และ HPC พร้อมเปิดศักยภาพด้านการประมวลผลในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม”
— ดร. Chia-Lee Yang โฆษกของ NCHC
ความสำเร็จสำคัญ: อันดับ 29 ของโลกบน TOP500 และค่า PUE เพียง 1.18
ระบบ Nano4 ที่เปิดใช้งานจริง ซึ่งประกอบด้วยคลัสเตอร์ NVIDIA HGX™ H200 สามารถส่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลได้สูงถึง 81.55 PFLOPS
ประสิทธิภาพดังกล่าวทำให้ Nano4 ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในลำดับที่ 29 ของรายชื่อ TOP500 และได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นหนึ่งในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก
Nano4 ยังได้รับการระบุว่าเป็นศูนย์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่มีความเร็วสูงที่สุดและมีความหนาแน่นของระบบสูงที่สุดในไต้หวัน
นอกเหนือจากประสิทธิภาพการประมวลผล ASUS ยังนำเทคโนโลยี Direct Liquid Cooling หรือ DLC เข้ามาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ศูนย์ข้อมูลสามารถทำค่า Power Usage Effectiveness หรือ PUE ได้เพียง 1.18
ค่า PUE ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าพลังงานส่วนใหญ่ของศูนย์ข้อมูลถูกนำไปใช้กับระบบประมวลผลโดยตรง แทนที่จะสูญเสียไปกับระบบสนับสนุน เช่น การทำความเย็นหรือการจ่ายพลังงาน
ความสำเร็จของ Nano4 จึงแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI สมรรถนะสูงสามารถทำงานควบคู่ไปกับแนวทางการออกแบบที่ยั่งยืนและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างประสิทธิภาพการประมวลผลกับความรับผิดชอบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
