ในงาน NVIDIA GTC เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา NVIDIA เปิดตัว NVIDIA DGX Station™ สำหรับ Windows อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ขนาดตั้งโต๊ะที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาเพื่อการสร้าง รันคำสั่ง และเชื่อมต่อ AI Agent ที่เปิดทำงานตลอดเวลากับแอปพลิเคชันและเวิร์กโฟลว์ต่างๆ บน Windows โดยตัวเครื่องรองรับการประมวลผลโมเดล AI ระดับแนวหน้าที่มีขนาดพารามิเตอร์สูงถึง 1 ล้านล้านตัวแบบจบในเครื่องเดียว
ในอดีต เวิร์กโหลด AI ระดับองค์กรที่มีความซับซ้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกสอนโมเดล การปรับแต่งแบบละเอียด การอนุมานโมเดลสเกลขนาดใหญ่ และการพัฒนาระบบที่ใช้เอเจนต์หลายตัว มักต้องอาศัยระบบ AI ประสิทธิภาพสูงในศูนย์ข้อมูลที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Linux เป็นหลัก ในขณะที่บริษัทชั้นนำส่วนใหญ่ในทำเนียบ Fortune 500 นิยมใช้งาน Windows สำหรับงานด้านการผลิตผลงาน การออกแบบ และวิศวกรรมในชีวิตประจำวันมากกว่า
ด้วยการต่อยอดจากดีไซน์ระบบของ NVIDIA DGX Station เดิม เครื่อง DGX Station สำหรับ Windows รุ่นใหม่นี้จึงเข้ามาปิดช่องว่างดังกล่าว ในฐานะซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบตั้งโต๊ะเครื่องแรกที่นำสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานระดับ NVIDIA GB300 Grace Blackwell เข้าสู่ระบบนิเวศของ Windows อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมมอบพลังประมวลผลมหาศาลที่จำเป็นต่อการสร้างและเชื่อมต่อ AI Agent อันชาญฉลาดเข้ากับซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้ Windows คุ้นเคยอยู่แล้ว
เผยโฉม DGX Station สำหรับ Windows
โครงสร้างและการออกแบบอันล้ำสมัยของ DGX Station ขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA GB300 Grace Blackwell Ultra Desktop Superchip ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อชิปกราฟิก NVIDIA Blackwell Ultra GPU ประสิทธิภาพสูง เข้ากับหน่วยประมวลผล NVIDIA Grace™ CPU แบบ 72 คอร์ ผ่านเทคโนโลยีแบนด์วิดท์สูง NVIDIA NVLink™-C2C เพื่อให้การสื่อสารระหว่างฮาร์ดแวร์และการทำงานของระบบออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดในอุตสาหกรรม
ระบบมาพร้อมกับหน่วยความจำ Coherent Memory ขนาดสูงสุดถึง 748GB และกำลังประมวลผลระดับ 20 Petaflops สำหรับ FP4 ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถติดตั้งการ์ดจอ NVIDIA RTX PRO™ 6000 Blackwell Workstation GPU ควบคู่กันไป เพื่อให้ได้การประมวลผล AI ขั้นสูงที่ผสานประสิทธิภาพการจำลองภาพแบบ Ray-tracing อย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ DGX Station สำหรับ Windows ยังรวมเอาการ์ดเครือข่าย NVIDIA ConnectX®-8 SuperNIC™ ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อเร่งความเร็วให้กับเวิร์กโหลด AI ระดับ Hyperscale โดยรองรับเครือข่ายความเร็วสูงสุดระดับ 800Gb/s ทำให้เทคโนโลยี ConnectX-8 สามารถโอนถ่ายข้อมูลเครือข่ายสำหรับงาน AI ได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ และสามารถเชื่อมต่อเครื่อง DGX Station หลายระบบเข้าด้วยกันเพื่อขยายขีดความสามารถสำหรับงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

เปิดหน้าต่างสู่โลกแห่ง AI Agent ที่ทำงานตลอดเวลา
ในปัจจุบันระบบ AI สำหรับองค์กรกำลังพัฒนาจากการโต้ตอบแบบแชทบอทถาม-ตอบธรรมดา ไปสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงอนุมานที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น (Agentic inference) ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ให้เหตุผลแบบเรียลไทม์ และผสานรวมเข้ากับกระบวนการทำงานหรือแอปพลิเคชันทางธุรกิจได้ทันที
จากการพัฒนาร่วมกับทาง Microsoft เครื่อง DGX Station สำหรับ Windows ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับระบบ Agent โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ใช้งานองค์กรสร้างและรัน Agent ด้วยปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าได้โดยตรงในเครื่องตนเอง รองรับโมเดล AI ขนาดยักษ์ที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 1 ล้านล้านพารามิเตอร์ อีกทั้งระบบยังรองรับการรัน Agent สเกลใหญ่ โดยสามารถควบคุมตัวแทน AI หลายร้อยตัวให้ปฏิบัติภารกิจพร้อมกันได้
ผู้พัฒนาสามารถสร้าง AI Agent ที่ฉลาดล้ำและป้อนเข้าสู่แอปพลิเคชันสายงานวิศวกรรมและการออกแบบ 3 มิติ มอบผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจกลไกและเครื่องมือการทำงานของทีมงานให้แก่นักพัฒนาและวิศวกร ซึ่งระบบเหล่านี้จะช่วยทำงานที่ซ้ำซากจำเจแทนมนุษย์และเร่งเวลาการส่งมอบผลงานให้เร็วขึ้น
สำหรับมุมมองของทีมไอทีในองค์กร DGX Station สำหรับ Windows มอบแพลตฟอร์มการใช้งาน GB300 ที่ปลอดภัยและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ โดยขยายขอบเขตจากโครงสร้างด้านความปลอดภัย ข้อบังคับนโยบาย และระบบจัดการอุปกรณ์บนเครื่องข่ายตระกูล Windows ที่หลายองค์กรใช้งานเป็นหลักอยู่แล้ว AI Agent จึงสามารถทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้นี้ และบริหารจัดการผ่านซอฟต์แวร์ของ Microsoft ที่หลายคนคุ้นเคย
ส่วนเวิร์กโหลดฝั่ง Linux ก็จะได้รับการสนับสนุนด้านระบบจัดการในระดับเดียวกัน ผ่านฟังก์ชัน Windows Subsystem for Linux (WSL) ฟีเจอร์ระดับเอ็นเตอร์ไพรส์เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้งานติดตั้งหรืออัปเดตระบบปฏิบัติการ ล้วนตอบโจทย์องค์กรในการรักษามาตรการความปลอดภัย ควบคุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเพิ่มความพร้อมในการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
ความร่วมมือระหว่าง NVIDIA และ Microsoft เพื่อนำเสนอกระบวนการทำงานของ Agent บนระบบนิเวศ Windows ยังครอบคลุมถึงโปรเจกต์อย่าง NVIDIA RTX Spark™ ที่เชื่อมโยงไปถึงเครื่อง AI ระดับใช้งานส่วนบุคคล นำเอาเทคโนโลยี NVIDIA AI แบบจัดเต็มลงไปสู่แล็ปท็อปสายบางเบาและเดสก์ท็อปพีซีเครื่องเล็กด้วยเช่นกัน
การพัฒนาและติดตั้ง Agent อย่างปลอดภัยด้วย NVIDIA OpenShell
AI ในรูปแบบ Autonomous Agent (Agent ที่ตัดสินใจทำงานได้ด้วยตัวเอง) จำเป็นต้องถูกพัฒนาและดำเนินการใน Runtime ที่มีความรัดกุมปลอดภัย เพื่อควบคุมขอบเขตพฤติกรรมการตัดสินใจ การหยิบจับเครื่องมือมาใช้งาน และการโต้ตอบกับแอปพลิเคชันส่วนอื่นๆ ของระบบ DGX Station ถือเป็นแพลตฟอร์มในอุดมคติสำหรับผู้ใช้งาน Windows ที่จะสร้างและรัน Agent อัตโนมัติในระดับใช้งานส่วนตัวได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล ก่อนที่จะนำโมเดลไปขยายผล (Scale) ใช้งานในโรงงาน AI ภายในศูนย์ข้อมูลระดับองค์กรในภายหลัง
NVIDIA OpenShell™ คือโซลูชันโอเพนซอร์ส Runtime สำหรับดูแลความปลอดภัยตั้งแต่โครงสร้างฐานรากเพื่อกำกับดูแล Agent อัตโนมัติโดยเฉพาะ ซึ่งซอฟต์แวร์นี้อาศัยระบบรักษาความปลอดภัยและการจำกัดขอบเขตพื้นที่ (Containment Primitives) แบบใหม่ของ Windows ช่วยเนรมิต Sandbox แยกเฉพาะรายบุคคลสำหรับ Agent แต่ละตัว และช่วยตัดขาดระบบการทำงานระดับแอปพลิเคชันออกจากการบังคับใช้นโยบาย (Policy enforcement) ในระดับพื้นฐานของระบบ
โครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้นโยบายด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยกลายเป็นสิ่งที่ Agent ไม่สามารถเข้าถึงหรือควบคุมได้ เนื่องจากถูกบังคับใช้ในระดับระบบปฏิบัติการ แทนที่จะพึ่งพาเพียงแค่ Prompt กรอบพฤติกรรมของระบบ การใช้ OpenShell ที่ควบรวมกับระบบความปลอดภัยของ Windows ยุคใหม่ มีเป้าหมายในการจำกัดสิทธิ์ในสภาพแวดล้อมจำลองที่ Agent ปฏิบัติงาน ทำให้มันไม่มีสิทธิ์เข้าแทรกแซงข้ามขั้นตอน หรือทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลรับรองสิทธิ์ (Credentials) รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญได้เลย
เวิร์กโฟลว์บน DGX Station สำหรับ Windows
ระบบ DGX Station สำหรับ Windows รังสรรค์ขึ้นเพื่อรองรับกระบวนการทำงาน AI ขององค์กรอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการติดตั้ง Autonomous Agent การพัฒนาโมเดลระดับซับซ้อน ไปจนถึงการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาล (High-throughput inference) งานวิทยาการข้อมูล ตลอดจน AI เชิงกายภาพ โดยสามารถจัดการทุกระบบได้เบ็ดเสร็จด้วยชุดเครื่องมือของ Microsoft และ Windows
- AI Agents: สร้างระบบปฏิบัติการ Agent ระดับแนวหน้าหลายตัวไปพร้อมๆ กัน และเชื่อมต่องานเข้ากับระบบแอปพลิเคชันรวมถึงเวิร์กโฟลว์ขององค์กรได้ในทันที
- AI Development: ทำการพรีเทรน (Pretrain) ปรับแต่ง (Fine-tune) และปรับปรุงอัปเดตโมเดล AI ขนาดยักษ์ภายใต้สภาพแวดล้อมแบบ Windows พร้อมเครื่องมือเข้าถึง Toolchain AI ทางฝั่ง Linux ผ่านฟีเจอร์ Windows Subsystem for Linux ได้อย่างไร้รอยต่อ
- Data Science: ป้อนข้อมูลชุดขนาดใหญ่เข้าสู่หน่วยความจำ Coherent ที่มีพื้นที่มหาศาลถึง 748GB แก้ปัญหาคอขวดของการโอนย้ายข้อมูล และเร่งสปีดของขั้นตอนการเตรียมชุดข้อมูลไปจนถึงการทำงานของแมชชีนเลิร์นนิงและการวิเคราะห์ทั้งหมด
- AI Inference: รันชุดคำสั่งทดสอบโมเดลด้วยปริมาณการประมวลผลมหาศาล และรองรับการสั่งรันโมเดล AI ขนาดใหญ่สุดลิ่มที่ 1 ล้านล้านพารามิเตอร์
- Physical AI: เชื่อมชิปตัวแรง GB300 Superchip เข้ากับชิปกราฟิก NVIDIA RTX PRO Blackwell Workstation GPU ภายในเครื่องเดียวกัน เพื่อควบรวมการประมวลผล AI กับกราฟิกสะท้อนแสงจำลองเสมือนจริง สร้างศักยภาพที่เพียงพอให้เอเจนต์สามารถรับรู้ข้อมูล ประมวลผล และโต้ตอบได้ครอบคลุมทั้งจากสภาพแวดล้อมโลกเสมือนสู่โลกจริง
DGX Station สำหรับ Windows รองรับการทำงานในฐานะซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI แบบเครื่องเดี่ยวสำหรับนักพัฒนาท่านเดียว หรือสามารถทำหน้าที่เป็นโหนดประมวลผลส่วนกลางของส่วนงานแบบกลุ่ม (Shared local compute node) สำหรับนำมาใช้งานทั้งทีม โดยมีข้อดีตรงที่สามารถปรับขยายสเกลงานขึ้นไปสู่เซิร์ฟเวอร์ระบบ GB300 ที่อยู่บนคลาวด์หรือศูนย์ข้อมูลได้อย่างกลมกลืน
ระบบนิเวศระดับโลกและการวางจำหน่าย
คาดการณ์ว่า NVIDIA DGX Station สำหรับ Windows จะเริ่มวางจำหน่ายและให้บริการผ่านผู้ผลิตและพันธมิตรแบรนด์ดังระดับโลก ได้แก่ ASUS, Dell Technologies, GIGABYTE, HP, MSI และ Supermicro ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 นี้
Technical Specifications
| NVIDIA GPU | 1x NVIDIA Blackwell Ultra |
| NVIDIA CPU | 1x Grace 72-Core Neoverse V2 |
| GPU Memory | 252 GB HBM3e | 7.1 TB/s |
| CPU Memory | 496 GB LPDDR5X | 396 GB/s |
| NVLink-C2C | 900 GB/s |
| Networking | Peak Bandwidth | NVIDIA ConnectX-8 SuperNIC | Up to 800 Gb/s | Ethernet |
| Supported OS | Microsoft Windows |
| FP4 Tensor Core | 20 | 153 PFLOPS |
| FP8 / FP6 Tensor Core | 10 PFLOPS |
| Int8 Tensor Core | 330 TOPS |
| FP16/BF16 Tensor Core | 5 PFLOPS |
| TF32 Tensor Core | 2.5 PFLOPS |
| FP32 | 80 TFLOPS |
| FP64 / FP64 Tensor Core | 1.3 TFLOPS |
| Total System Power | 1,600 W |
| Decoders | 7 NVDEC 7 nvJPEG |
| Supported RTX PRO GPU4 | NVIDIA RTX PRO 6000 Workstation Edition RTX PRO 6000 Blackwell Max-Q Workstation Edition RTX PRO 4000 Blackwell SFF Edition RTX PRO 2000 Blackwell |
| Storage | 4x M.2 Gen 5 Slots |
| Ethernet Ports | 2x QSFP112 (400 Gbs per port) 1x RJ45 10GbE 1x RJ45 1GbE (BMC for system management) |
| PCIe Slots | 1x PCIe Gen 5 x16 2x PCIe Gen 5 x16 (x8 electrical) |
| Additional Ports and Connectors4 | Front IO: 2x USB Type C (USB3.1), 2x USB Type A (USB3.1), Audio Rear IO: 4x USB Type A, USB Micro-B (BMC) mDP5 (BMC), Audio |
| 1. Peak rates are based on GPU boost clock. 2. All Tensor Core specifications are with sparsity unless otherwise noted. 3. Without sparsity. 4. Support may vary by system. Check with your OEM to confirm specific support and configurations. 5. Mini DisplayPort is intended only for system management. | |
